ข้อดีและข้อเสียของ อินเวอร์เตอร์ แบบออนกริด (On grid inverter) และออฟกริด (Off Grid Inverter)

                อินเวอร์เตอร์ (Inverter) หรือเครื่องแปลงไฟ เป็นอุปกรณ์ที่เอาไว้ใช้สำหรับแปลงไฟฟ้าแบบ DC ที่ผลิตได้จากแผงโซล่าเซลล์ มาเป็นไฟฟ้าแบบ AC 200V. หรือก็คือไฟฟ้าที่ใช้ทั่วไปภายในบ้าน ซึ่งวิธีการเลือกซื้อ คุณควรเลือกซื้อ อินเวอร์เตอร์ ตามขนาดกำลังวัตต์รวมของเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดภายในบ้าน และควรให้ขนาดกำลังวัตต์ของอินเวอร์เตอร์มากกว่ากำลังวัตต์รวม 30-40% เพื่อความทนทาน ยกตัวอย่างเช่น TV ของคุณใช้กำลังไฟทั้งหมด 60W คุณก็ควรเลือกอินเวอร์เตอร์ขนาด 100W มาใช้งาน และนอกจากจะต้องเลือกซื้อตามกำลังวัตต์ที่เหมาะสมแล้ว อินเวอร์เตอร์ยังมีให้คุณเลือกหลัก ๆ อยู่ 2 แบบให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมดังนี้

อินเวอร์เตอร์
อินเวอร์เตอร์เชื่อมต่อสายส่ง ระบบออนกริด

1.อินเวอร์เตอร์แบบออนกริด (On grid inverter)

                เป็นอินเวอร์เตอร์แปลงไฟฟ้าแบบ DC ที่ได้จากโซล่าเซลล์ไปเป็นไฟบ้านเป็นธรรมดาๆ ทั่วไป ข้อดีของอินเวอร์เตอร์ชนิดนี้ คือ หาซื้อได้ง่าย และราคาถูก แต่ข้อด้อย คือ อินเวอร์เตอร์ชนิดนี้ไม่สามารถนำพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้มาใช้ร่วมกันกับไฟฟ้าจากการไฟฟ้าได้ ต้องเก็บพลังงานไฟฟ้าที่ได้ลงในแบตเตอรี่แล้วจึงนำมาใช้งาน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเก็บพลังงานไฟฟ้าเอาไว้ใช้ในยามฉุกเฉินได้

อินเวอร์เตอร์
อินเวอร์เตอร์เชื่อมต่อสายส่ง ระบบออฟกริด

2.อินเวอร์เตอร์แบบออฟกริด (Off Grid Inverter)

                อินเวอร์เตอร์แบบออนกริด หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Grid tie inverter เป็นอินเวอร์เตอร์ที่สามารถต่อเข้ากับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้า และใช้งานร่วมกันได้ โดยมี cpu ประมวลผลเช็คสัญญาณ Phase Shift sine wave ของ on grid inverter ให้มีลูกคลื่น (sine wave) และ cycle ตรงกันกับของระบบการไฟฟ้า ซึ่งข้อดีของอินเวอร์เตอร์ชนิดนี้ก็คือ มันสามารถใช้งานร่วมกันระหว่างไฟฟ้าที่เราผลิตเองกับไฟฟ้าจากการไฟฟ้าได้เลยโดยตรง ไม่จำเป็นต้องแยกโหลดไฟฟ้ามาใช้ต่อ นอกจากนี้ยังสามารถขายคืนไฟฟ้าที่ผลิตได้เกินความจำเป็นใช้งานให้กับทางการไฟฟ้าได้อีกด้วย ส่วนข้อด้อยก็คือมันมีราคาที่แพงกว่าแบบแรก อินเวอร์เตอร์ชนิดนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการประหยัดค่าไฟฟ้าที่ใช้ในตอนกลางวัน และต้องการระบบที่ใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก

ระบบของโซล่าเซลล์ภายในบ้าน ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน แบ่งออกได้ดังนี้

  1. On-grid System ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ แบบออนกริด
  2. OFF Grid System ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ แบบออฟกริด
  3. Hybrid System ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ แบบไฮบริด

On Grid System หรือระบบโซล่ารูฟท๊อป Solar Roof Top system
เป็นระบบการผลิตไฟฟ้าจากแผงโซล่าเซลล์ ที่เชื่อมต่อกับระบบการไฟฟ้านครหลวง หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จะใช้อุปกรณ์เพียง แผงโซล่าเซลล์ และอินเวอร์เตอร์ออนกริด (inverter on grid)โดยหลักการ แปลงไฟกระแสตรงจาก แผงโซล่าเซลล์ เป็นไฟฟ้ากระแสสลับเพื่อเชื่อมต่อเข้าระบบ การไฟฟ้าเพื่อทำการ ขายไฟฟ้าคืน การใช้งานระบบนี้ ส่วนใหญ่จะใช้ในพื้นที่ที่มีไฟฟ้าเข้าถึงแล้ว ใช้เพื่อช่วยลดค่าไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งทางผู้ที่ต้องการติดตั้ง ต้องมีพื้นที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ และรู้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในตอนกลางวัน โดยดูจากหน่วยการใช้ไฟฟ้า ที่เสียค่าไฟฟ้าแต่ละเดือน เพื่อออกแบบกำลังการผลิตระบบไฟฟ้าโซล่าเซลล์ หาขนาดกริดไทอินเวอร์เตอร์ และจำนวนแผงโซลาร์เซลล์

Off Grid System ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ แบบออฟกริด

2.1 ระบบโซล่าเซลล์แสงอาทิตย์ แบบเชื่อมต่อกับแบตเตอรรี่ (Off Solar grid connect system) คือระบบที่ผลิตไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์ที่ไม่ปฏิสัมพันธ์กับผู้ให้กำเนิดพลังงานไฟฟ้ารายใหญ่ (ในประเทศไทยคือการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) ระบบออฟกริดนี้จะแยกเดี่ยวออกมาโดยผู้ติดตั้งโซล่าเซลล์จะสามารถผลิตไฟฟ้าใช้ได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งพาการไฟฟ้าซึ่งสามารถแยกหมวดย่อยลงไปได้อีกตามลักษณะแรงดันไฟฟ้าที่จะใช้งานว่าเป็น ไฟฟ้ากระแสตรง หรือ ไฟฟ้ากระแสสลับ โดยต้องเลือกโหลด (เครื่องใช้ไฟฟ้า) ให้เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าที่ใช้ระบบออฟกริตนี้อาจมีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษอีกแบบหนี่งว่าระบบแสตนด์อโลน (Stand Alone System) หรือระบบแยกเดี่ยว ซึ่งมีวิธีการต่อระบบที่หลากหลาย ทั้งต่อโหลดกระแสตรง กับแผงโซล่าเซล่าเซลล์ (ซึ่งผลิตไฟฟ้ากระแสตรง) โดยตรง หรือนำไฟฟ้ากระแสตรงที่ผลิตได้จากแผง ไปแปลงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ(โดยอินเวอร์เตอร์)สำหรับไปใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าตามบ้านเรือนซึ่งใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับอยู่แล้วได้

2.2 แผงโซล่าเซลล์ต่อพ่วงกับแบตเตอรี่และโหลดกระแสตรง ข้อดีของการต่อระบบแบบนี้คือเมื่อไม่มีแสงอาทิตย์ เราก็ยังสามารถใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่จ่ายให้กับโหลดได้ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือการชาร์จไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่มากเกินไปเพราะอาจทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็ว นอกจากนี้เวลาที่นำพลังงานไฟฟ้าที่เก็บสะสมในแบตเตอรี่ออกมาใช้ต้องระวังอย่าให้แบตเตอรี่คลายประจุมากเกินกว่าที่สเป็คของแบตเตอรี่ที่ระบุไว้เพราะอาจจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพเร็วเช่นกัน ส่วนใหญ่การต่อระบบแบบนี้จะใช้งานกับเรือขนาดเล็กกระท่อมขนาดเล็ก และใช้กับระบบแสงสว่างเท่านั้น

2.3 แผงโซล่าเซลล์ที่มีเครื่องควบคุมการชาร์จประจุให้กับแบตเตอรี่ (Charge Controller) ซึ่งจ่ายไฟให้กับโหลดกระแสตรง ข้อดีของการมีเครื่องควบคุมการชาร์จประจุ Charge Controller คือสามารถควบคุมการไหลของประจุไฟเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ได้และจะหยุดการชาร์จเมื่อไฟที่เก็บในแบตเตอรี่มีแรงดันเกินกว่าที่ตั้งค่ากำหนดไว้ จึงทำให้แบตเตอรี่มีอายุที่ยาวนานมากขึ้น การต่อแบบระบบนี้เป็นที่นิยมกันทั่วไป ใช้กับบ้านพักอาศัยที่ห่างไกลผู้ผลิตไฟฟ้า ทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าใช้ได้เอง รวมทั้งอาจจะไปประยุกต์ใช้กับในพื้นที่ที่ไม่ต้องการลากสายไฟฟ้าไปเพราะมีต้นทุนเรื่องสายไฟฟ้าที่มีราคาสูงได้อีกด้วย

2.4 แผงโซล่าเซลล์ต่อกับเครื่องควบคุมการชาร์จแบตเตอรี่ โดยที่มีตัวอินเวอร์เตอร์แปลงจาก ไฟกระแสตรงเป็นไฟกระแสสลับเพื่อจ่ายให้กับโหลดที่ใช้กับกระแสสลับได้ โดยไฟกระแส ตรงที่ออกจากแบตเตอรี่ก็ยังสามารถจ่ายให้กับโหลดกระแสตรงได้อีกด้วย ระบบแบบนี้มีข้อดี คือมีความยืดหยุ่นในการหาเครื่องใช้ไฟฟ้ามาใช้งานเพราะโดยทั่วไปแล้วเครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่จะใช้กับไฟฟ้ากระแสสลับ ยกตัวอย่างอาจจะใช้พัดลมกับไฟกระแสสลับที่แปลงจากอินเวอร์เตอร์ และใข้ระบบไฟส่องสว่างกับไฟกระแสตรงก็ได้

Hybrid System ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ แบบไฮบริด
ระบบโซล่าเซลล์ไฮบริด (SOLAR HYBRID SYSTEM) คือเอาระบบ ออนกริด (On Grid) และออฟกริด (Off Grid) มารวมกัน ช่วยลดการสูญเสียเนื่องจากกระแสไฟจากแผงโซล่าจะป้อนเข้ามาที่โหลดใช้งานได้เลย ก่อนที่จะเข้าไปชาร์ทในแบตเตอรี่ เมื่อโหลดใช้งานน้อยลง จนกระแสไฟจากแผงโซล่าเหลือก็จะค่อยชาร์ทเข้าเก็บในแบตเตอรี่ วิธีนี้ ช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ได้ อีกด้วย ซึ่งถ้าเป็น OFF GRID INVERTER จะต้องเข้ามาที่แบตเตอรี่ก่อน แล้วค่อย แปลงไฟด้วยอินเวอร์เตอร์ ให้เป้นกระแสสลับ

ติดต่อเรามาได้ที่ Line : @sunnergy หรือโทร.0615455353, 0922482637